บาธมีประชากรทั้งหมดประมาณ 80,000 คน[1] บาธได้รับพระราชทานฐานะเป็น “นคร” โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 ในปี ค.ศ. 1590,[2] และได้เป็นเทศบาลมณฑล ในปี ค.ศ. 1889 ที่ทำให้บาธเป็นอิสระจาการบริหารของมณฑลซอมเมอร์เซ็ท บาธเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลเอวอนเมื่อเอวอนได้รับฐานะเป็นมณฑลในปี ค.ศ. 1974 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 เมื่อมณฑลเอวอนถูกยุบบาธก็กลายเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลท้องถิ่นระดับเดียวของบาธและตะวันออกเฉียงเหนือของซอมเมอร์เซ็ท (B&NES) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลภูมิศาสตร์แห่งซอมเมอร์เซ็ท
ตัวเมืองบาธตั้งอยู่เนินหลายลูกในหุบเขาของแม่น้ำเอวอนในบริเวณที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของโรมัน ผู้สร้างโรงอาบน้ำโรมัน (Roman Bath) และวัด[3] และตั้งชื่อเมืองว่า “Aquae Sulis” เมืองบาธเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบทำพิธีราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษที่มหาวิหารบาธ ในปี ค.ศ. 973.[4] ต่อมาในสมัยจอร์เจียบา ธกลายเป็นเมืองน้ำแร่ที่เป็นที่นิยมกันมากซึ่งทำให้เมืองขยายตัวขึ้นมากและ มีสถาปัตยกรรมจอร์เจียที่เด่นๆ จากสมัยนั้นที่สร้างจากหินบาธที่เป็นหินสีเหลืองนวล
เมืองบาธได้รับฐานะเป็นเมืองมรดกโลกใน ปี ค.ศ. 1987 และมีโรงละคร, พิพิธภัณฑ์และสิ่งสำคัญทางวัฒนธรรมและทางการกีฬา ที่ทำให้กลายเป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยมีนักท่องเที่ยวค้างคืน หนึ่งล้านคน และนักท่องเที่ยววันเดียว 3.8 คนต่อปี เมืองบาธมีมหาวิทยาลัยสองมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยและสถานศึกษาอื่นๆ แรงงานส่วนใหญ่เป็นอุสาหกรรมการบริการและมีความเจริญเติบโตทางด้านข้อมูลและ เทคโนโลยีที่สร้างงานให้แก่ผู้อยู่อาศัยในเมืองบาธเองและบริเวณปริมณฑล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น